แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กวี ชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กวี ชีวิต แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554

โอกาส

@โอกาส วิ่งผ่าน ไปมา
จะคว้า ก็คว้า ไม่ทัน
เป็นเพราะ ไม่เคย มุ่งมั่น
สร้างฝัน ด้วยใจ ศรัทธา@

@สี่ปี ไม่นาน มากนัก
ตวงตัก ให้พร้อม เต็มที่
โอกาส พอผ่าน มาที
คว้าได้ ตามที่ ต้องการ@

โอกาสเข้ามาใกล้คนที่พร้อมกว่าเสมอ

19 มิ.ย. 54

แสงแรก

@เศร้าซึม หดหู่ บางครั้ง
พลาดหวัง ทดท้อ บางครา
ชีวิต ดูเหมือน ไร้ค่า
น้ำตา ไหลพราก หลากริน@

@มองฟ้า ยังมี เมฆขาว
เดือนดาว ยังคอย สาดแสง
ชีวิต ต้องมี เรี่ยวแรง
ดุจแสง แรกเริ่ม แห่งวัน@

คละเคล้า

@สายฝน ตัดเส้น ขอบฟ้า
แสงจ้า สาดส่อง รอยฝน
เย็นเยียบ อบอุ่น ปะปน
ดั่งคน สุขเศร้า เคล้ากัน@

15 มิ.ย. 54

วันต่อวัน

@ผ่านพ้น อีกหนึ่ง สัปดาห์
เหนื่อยล้า จนใจ หลับใหล
ชีวิต ยังคง เป็นไป
วันใหม่ ยังคง เฝ้ารอ@

12 มิ.ย. 54

@อีกวัน ที่ผ่าน เวียนวน
เริ่มต้น อีกเช้า วันใหม่
ครึ่งวัน เลยผ่าน พ้นไป
เหมือนใกล้ จะล้า หมดแรง@

15 มิ.ย. 54

รุ้ง..




@แสงทอง สาดส่อง ละอองฝน
หักเห แยบยล เป็นสีแสง
ม่วงคราม น้ำเงินเขียว เหลืองแสดแดง
ดุจดัง เส้นแสง ศิลปิน@

8 มิ.ย. 54

รับน้อง 54

‎@ตื่นตา ตื่นใจ ในโลกใหม่
ผจญภัย ในสิ่ง ที่ท้าทาย
ต่างหวัง มุ่งเดิน สู่จุดหมาย
อย่าได้ หลงลืม จนละเลย@

6 มิ.ย. 54

‎@ก้าวย่าง มั่นคง เพียงใด
มีใจ เรานั้น ที่รู้
พ่อแม่ เฝ้าคอย เราอยู่
จงสู้ จนสุด หัวใจ@

7 มิ.ย. 54

@ชีวิต สุดแสน อิสระ
เคล้าคละ ไปด้วย หลุมพราง
เปิดหู เปิดใจ ให้กว้าง
เลือกทาง ที่ถูก ที่ควร@

8 มิ.ย. 54

ในความมืดมิด

@มองผ่าน ในความ มืดมิด
ความคิด วนไป หลายรอบ
ล่องลอย จนสุด ปลายขอบ
มิอาจ ปลุกปลอบ ใจกาย@

@มืดมิด คืนค่ำ รัตติกาล
ยาวนาน ดังไร้ ที่สิ้นสุด
ปล่อยใจ ล่องไป เกินยื้อยุด
ลอยหลุด ลับไป จนเลือนลาง@

3 มิ.ย. 54

คลิกไลค์

@เพียงแค่ ได้อ่าน ผ่านตา
เห็นค่า ภายใน ข้อความ
มิอาจ บรรยาย ไถ่ถาม
ขอตาม คลิกไลค์ ก็พอ@

31 พ.ค. 54

ภายในกาย

@ครืนครั่น ปั่นป่วน ผืนฟ้า
พสุธา มืดมิด สงบนิ่ง
ดังกาย มิเคลื่อน ไหวติง
แต่ใจ กลับวิ่ง วุ่นวาย@

สายใย

‎@เส้นสาย ผูกโยง สายใย
จึงให้ คุณค่า ความหมาย
ตัดรอน ถอนราก ขาดคลาย
จะเหลือ ความหมาย อันใด@

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ชินชา

@ทุกอย่าง ยังอยู่ กับที่
ไม่มี สิ่งใด เคลื่อนย้าย
ผ้าม่าน พัดลม ภาพถ่าย
แต่คล้าย บางสิ่ง หายไป@

@สิ่งที่ เราเห็น ชินตา
อาจดู ไร้ค่า ความหมาย
วันใด เลือนลับ กลับกลาย
อาจสาย เกินกว่า ย้อนคืน@

เสียงที่เงียบสงัด

‎@ค่ำคืน สดับฟัง สำเนียง
สรรพเสียง แห่งความ เงียบสงัด
ผสมเสียง ภายใน ที่เร่งรัด
ให้ใจ ยืนหยัด มั่นคง@

โบยบิน

‎@บางครา ใจอยาก โบยบิน
โผผิน บินสู่ โลกกว้าง
อีกใจ ก็เหมือน เคว้งคว้าง
เพียงอยาก ซุกร่าง (ใน)รวงรัง@

วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

กลัว

‎@ในความ มืดมิด สงบเย็น
อาจเห็น ความจริง บางสิ่ง
ใจที่ ดูคล้าย สงบนิ่ง
กลับยิ่ง สั่นไหว หวาดเกรง@

วันโลกแตกดับ..

@หากฉัน แตกดับ ลับสลาย
วอดวาย ดังถูก ล้างผลาญ
ลอยคว้าง เป็นอณู จักรวาล
มีใคร กล่าวขาน ห่วงใย@

21 พ.ค. วันที่คนต่างบอกว่าโลกจะแตกดับ

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

รู้สึก

@ประกายเมฆ วิบวาว อยู่ลิบลับ
แสงแวววับ วับวาว อยู่กลางฟ้า
เสียงครืนครั่น คำราม กลางนภา
มินานช้า ฝนฟ้า คงหล่นโปรย@

ตี 4 ก่อนฝนจะโปรยปราย

@รู้สึก ดุจดัง เมฆฝน
หลุดพ้น เคว้งคว้าง กลางฟ้า
หนักอึ้ง ก่อนฝน หล่นมา
น้ำตา กลบฟ้า ท่วมดิน@

5.11น กลางสายฝน บนรถ

@รู้สึก ดั่งลม พาพัด
โถมซัด กราดเกรี้ยว หวั่นไหว
กระโชก รุนแรง ปานใด
ยังไร้ รูปร่าง ชัดตา@

8 55น ฝนตกลงมาอีกครั้ง

‎@รู้สึก ดุจดัง ใบไม้
หวั่นไหว ตามแรง ลมพัด
หยุดนิ่ง ในความ เงียบสงัด
ปลิดขั้ว ปลิวพัด หลุดลอย@


@รู้สึก ดุจดัง ก้อนหิน
หมดสิ้น ไร้ซึ่ง ความหมาย
แม้วาง ใกล้เพียง ข้างกาย
กลับคล้าย ไร้ซึ่ง ตัวตน@

@รู้สึก ดังเช่น หมอกควัน
แปรผัน ลอยคว้าง มาใกล้
ดูคล้าย ไร้ซึ่ง พิษภัย
เผลอไผล อาจเสีย น้ำตา@

@รู้สึก ดุจดัง สายน้ำ
ไหลตาม สายทาง แผ่นดิน
อุปสรรค เกาะแก่ง แผ่นหิน
ไหลริน มิสิ้น ศรัทธา@

‎@รู้สึก เปรียบดัง รถยนต์
วิ่งวน ในโลก วุ่นวาย
บางครั้ง ดูไร้ จุดหมาย
เก่ากลาย ผุพัง ทรุดโทรม@

‎@รู้สึก ดุจดัง หมู่ดาว
พร่างพราว ในทุก คืนค่ำ
หม่นหมอง ในคืน ฝนพรำ
มืดดำ ยามต้อง แสงจันทร์@

วันวานที่เหนี่ยวรั้ง

@โลกเรา หลากล้วน เปลี่ยนวน
ไม่พ้น เรื่องราว ไขว้เขว
เราล้วน รีรอ ลังเล
หันเห ปล่อยผ่าน เลือนราง@

@นาฬิกา ยังคง เดินทาง
เราต่าง ต้องเดิน มุ่งไป
วันวาน ฉุดรั้ง เอาไว้
ร่ำไห้ หนทาง พล่าเลือน@

เหนือเมฆ เหนือพสุธา

@ลมเอย พัดพา เมฆลอย
เคลื่อนคล้อย บดบัง เดือนดาว
เบื้องหลัง เป็นแสง เด่นพราว
สุกสกาว ในความ มืดมน@

@เหนือเมฆ เหนือฟ้า ดังสวรรค์
ดวงจันทร์ สาดแสง เจิดจ้า
ดุจทิพย วิมาน เมฆา
แปลกตา เหนือจินต นาการ@

ความทรงจำนอกหน้าต่างเครื่องบิน ในคืนวันเพ็ญ

วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2554

หยุดยิง

@เรารุก ดินแดน เข้าไป
พี่ไทย บอกว่า ทับซ้อน
อาวุธ ยุทโธ ปกรณ์
เก็บซ่อน เอาไว้ ให้ดี@

@รอจน พี่ไทย ตายใจ
ยิงใส่ พี่เขา สักหน
พี่ไทย ก็ยอม จำทน
ส่งคน เข้าไป เจรจา@

@บอกว่า หยุดยิง เถิดนั่น
ตั้งมั่น อย่าได้ เคลื่อนไหว
แล้วพอ ข่าวซา หายไป
พี่ไทย ก็ลืม ไปเอง@

@ลืมว่า ที่หยุด เคลื่อนไหว
แดนไทย มิใช่ หรือนั่น
อาวุธ ทหาร ครบครัน
ตั้งมั่น ในเขต แดนไทย@

@เดี๋ยวเรา ก็แกล้ง รุกต่อ
เพียงรอ พี่ไทย พลั้งเผลอ
แล้วใช้ มุกเก่า เบลอเบลอ
เผลอเผลอ ได้ทั้ง ไทยแลนด์@

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2554

เรยา..

@คนหนอคน ทั้งดราม่า ทั้งเรยา
บีบน้ำตา ให้ชาวโลก ได้รู้เห็น
ว่าชาวเรา โดนบีบคั้น ให้ลำเค็ญ
จะทุกข์เข็ญ อย่างไร ขอสู้ตาย@

@เริ่มยิงก่อน ย่อมได้เปรียบ กว่าเห็นเห็น
ใครจะเป็น จะอยู่รอด ชั่งหัวเขา
โดนยิงตอบ โต้กลับมา ก็มั่วเอา
ใช้มุกเก่า ทั้งดราม่า ทั้งเรยา@


--------------------------------
@เราเป็น ประเทศ น้อยน้อย
โปรดปล่อย อย่าได้ ขัดขวาง
แค่เรา ซุ่มยิง พลางพลาง
จะอ้าง สงคราม ทำไม@

@ท่านเป็น ประเทศ พี่ใหญ่
อย่าให้ ชาวโลก เขาว่า
ถ้าเรา โยนระเบิด ข้ามมา
จงอย่า ตอบโต้ เราเลย@

@ถ้ามี คนถาม เรามา
ถามว่า ยิงก่อน ผิดไหม
เราบีบ น้ำตา ออกไป
พี่ไทย อย่าทำ เราเลย@